‘มงคลกิตติ์’ ขอโทษ ‘ลุงนิด’ เผยคดีหมิ่นประมาท แล้วแต่ลุง

‘มงคลกิตติ์’ ขอโทษ ‘ลุงนิด’ เผยคดีหมิ่นประมาท แล้วแต่ลุง

มงคลกิตติ์ โพสต์ขอโทษ ลุงนิด ลุงหาปลา ถ้าหากทำให้ประชาชนเข้าใจลุงผิด ชี้คดีหมิ่นประมาทแล้วแต่ลุงนิด ยืนยันยันไม่โกรธ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ เต้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กถึง ลุงนิด หรือ ลุงหาปลา ที่ออกมาตอบโต้ นาย มงคลกิตติ์ ออกมาตั้งคำถามว่าทำไมไม่ช่วงวัตถุที่เขาเชื่อว่าเป็น แตงโม นิดา ขณะเผยหลักฐานกล้องวงจรปิด บริเวณ วัดลุ่มคงคาราม อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

โดยนาย มงคลกิตติ์ ระบุว่า “ลุงนิด ผมขอโทษนะ ถ้าผมทำให้ประชาชนเข้าใจลุงผิด ผมไม่มีเจตนา ส่วน คดีผมแล้วแต่ลุงนะ ผมไม่โกรธเพราะลุงนิดคือประชาชน”

ก่อนหน้านี้ ลุงนิด เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายมงคลกิตติ์ ข้อหาหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยมีนายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้ามาช่วยเหลือด้านคดีความ

โดยลุงนิดจะเดินเรื่อง 2 ช่องทางคือ ช่องทางแรกมาแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับ ส.ส.เต้ ส่วนอีกช่องทางหนึ่งคือพรุ่งนี้ (24 มี.ค.) ตนพร้อมทนายจะทำใบแต่งตั้งทนายให้กับลุงนิด เพื่อฟ้องศาลโดยตรงอีกช่องทางหนึ่ง เพราะเกรงว่า ส.ส.เต้เมื่อเปิดประชุมสภาก็จะใช้เอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครอง และทางตำรวจเมื่อรวบรวมหลักฐานเสร็จก็จะส่งไปที่ ป.ป.ช.อีก เพื่อดูสำนวนว่าจะทำเองหรือส่งกลับให้ตำรวจดำเนินคดี กว่าจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ชื่อเสียงเกียรติยศของลุงนิดก็ล่าช้า ก็เลยใช้อีกช่องทางหนึ่งคือ อาทิตย์หน้าจะฟ้องดำเนินคดีที่ศาลจังหวัดนนทบุรีกับ ส.ส.เต้ และฟ้องเรียกค่าเสียหายด้วย

“นายกรัฐมนตรีชื่นชมนักกีฬาตัวแทนไทยทุกคน เชื่อมั่นว่าทุกๆ คน จะทำได้อย่างดีที่สุดเต็มความสามารถ และขอเชิญชวนคนไทยทุกคนส่งกำลังใจให้นักกีฬาเยาวชนกรีฑาไทยในโอกาสนี้ ร่วมกัน” นายธนกรฯ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอาจต้องมีการฉีดทุกปีคล้ายคลึงกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะต้องปรับเปลี่ยนให้ตรงกับสายพันธุ์ที่ระบาด และจะมีการฉีดในกลุ่มเสี่ยง และให้ประจำปี เนื่องจากผู้ที่เคยติดเชื้อแล้วก็อาจมีโอกาสติดเชื้อซ้ำได้อีก

ยืนยันว่า ไม่สามารถนำกัญชากลับเข้าไปเป็นยาเสพติดได้ เพราะมีการลงทุนไปแล้ว และกัญชาใช้ได้ผลกับผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ทำให้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งกัญชาก่อให้เกิดการจ้างงาน และฟื้นธุรกิจมากมาย มีมาตรการครบอยู่แล้ว

ส่อง ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพ 8 คน เตรียมเปิดกาบัตร 22 พ.ค.

ส่อง ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพ 8 คน หลังจากที่ชาวกรุงเทพไม่ได้เลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมานาน 9 ปี ก่อนเตรียมเปิดให้ประชาชนลงเสียง 22 พ.ค. หลังจากที่ชาวกรุงเทพไม่ได้เลือกตั้งมานานถึง 9 ปี ในที่สุดก็ใกล้สิ้นสุดการรอคอย หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 22 พ.ค. นี้ และจะมีการเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 31 มี.ค.- 4 เม.ย. ซึ่งทางทีมข่าว TheThaiger ได้รวบรวมบุคคลที่น่าลงสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้

โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ที่ลงสมัครในฐานะพรรคอิสระถึง 4 คน ได้แก่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมและเป็นตัวเต็งในการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ในครั้งนี้, น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา, สกลธี ภัททิยกุล อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.

รวมถึงนาย อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่า กทม. ที่เพิ่งยื่นใบลาออกเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมานี้ และได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่า กทม. นานถึง 5 ปี 5 เดือน กับอีก 5 วัน พร้อมมากับสโลแกนว่า “กรุงเทพต้องไปต่อ” ยืนยันว่าพร้อมทำงานต่อทันทีหากชนะการเลือกตั้ง

ขณะที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ ส่ง สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ลงสู้ศึกในครั้งนี้ ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2547 ถึง 2556 เป็นตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งมาตลอด

ด้าน พรรคก้าวไกล ส่งนาย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล ซึ่งแม้ว่าจะเปิดตัวช้ากว่าตัวเต็งคนอื่น แต่ทางพรรคเชื่อว่าเป็นคนที่สามารถเข้าถึงคนกรุงได้ดีที่สุด และสามารถชนะเลือกตั้งในครั้งนี้ได้ นอกจากนี้ยังมี น.ต.ศิธา ทิวารี พรรคไทยสร้างไทยของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ซึ่งหญิงหน่อยเชื่อว่า น.ต.ศิธา เป็นคนที่รู้ปัญหากรุงเทพดี  และ นายประยูร ครองยศ พรรคไทยศรีวิไลย์ ลงสู้ศึกในครั้งนี้อีกด้วย

ส่วนราชการและภาคประชาชนทำงานร่วมกันอย่างดียิ่ง ทั้งนี้ ท่านนายกฯต้องการเผยแพร่เอกลักษณ์ของสังคมพหุวัฒนธรรมที่ประชาชนต่างศาสนาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่นที่มีความหลากหลาย

ดังนั้นขอยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมที่จะส่งเสริมและสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่จะสร้างการรับรู้ถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานและความหลากหลายทางวัฒนธรรมของพื้นที่ ซึ่งจะเป็นจุดขายสำคัญในการชักจูงให้ชาวไทยและชาวต่างชาติปักหมุดจุดหมายการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจำนำไปสู่การเติบโตเศรษฐกิจชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกด้านของประชาชนและแน่นอนที่สุดคือ นำไปสู่สันติสุขอย่างยั่งยืน

Credit : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว | แต่งบ้านและสวน | พระเครื่อง | รีวิวกล้องถ่ายรูป